วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556



ใบงานที่1
1. ให้ผู้เรียนสร้างบล็อกของตนเองโดยใช้ www.BLOGSPOT.com
2. สืบค้นข้อมูลตามหัวข้อต่อไปนี้แล้ว สรุปให้กระชับ นำข้อมูลไปเก็บไว้ในบล็อกที่สร้างขึ้น
หัวข้อใหญ่ คือ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
หัวข้อย่อย 1. ความหมายของระบบเครือข่ายอินเทอรืเน็ต
2. ความเป็นมาของระบบเครือข่ายอินเทอรืเน็ต
3. ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
4. อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกันได้อย่างไร
5. ประโยชน์ที่ได้รับจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
6. บริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต
7. คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต
อย่าลืมอ้างอิงแหล่งที่มาด้วยนะจ๊ะ
3. เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้แจ้งชื่อบล็อกของตนเองให้ครูทราบเพื่อติดตามและให้คะแนนต่อไป

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมชมรม โครงการวิชาชีพ

วิชาการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง


ใบความรู้ที่ 1

ความหมายและประเภทของคอมพิวเตอร์

ความหมายของคอมพิวเตอร์ 

    คอมพิวเตอร์ (Computer) หมายถึงอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถเก็บและจำข้อมูลรวมถึงชุดคำสั่งในการทำงานได้ทำให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ด้วยอัตราความเร็วที่สูงมาก ใช้เพื่อประโยชน์ในการคำนวณหรือทำงานต่าง ๆ ได้เกือบทุกชนิดทุกประเภทและแสดงผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบต่าง ๆได้อย่างรวดเร็วถูกต้อง คอมพิวเตอร์มาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า Computare  
    พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2540) ได้บัญญัติไว้ว่า Computer : คอมพิวเตอร์,คณิตกรณ์ หมายถึง เครื่องคำนวณหรือผู้คำนวณ มีหน้าที่คำนวณและเปรียบเทียบ (ประมวลผลข้อมูล) ตามคำสั่งที่มนุษย์จัดเตรียมไว้ในรูปแบบของโปรแกรมหรือชุดคำสั่งต่าง ๆ

คุณสมบัติเฉพาะของคอมพิวเตอร์ 
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถคำนวณได้ เช่น ลูกคิด เครื่องคิดเลข แต่คอมพิวเตอร์มีความแตกต่างจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการคำนวณโดยทั่วไปคือ
1. คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีหน่วยคำนวณและปฏิบัติการทางตรรกยะซึ่งประกอบด้วยวงจรไฟฟ้ามากมาย ดังนั้นการคำนวณเปรียบเทียบจึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
2. คอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำภายในเครื่อง ที่สามารถเก็บข้อมูลซึ่งอาจเป็นข้อความ ตัวเลข รูปภาพ ไว้ในหน่วยความจำภายในเครื่องเพื่อประโยชน์ในการเรียกใช้ข้อมูลปัจจุบันหรือเรียกใช้ในภายหลังได้
3. ผู้ใช้สามารถใช้ชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมที่บอกขั้นตอนที่คอมพิวเตอร์ต้องทำงานโดยเรียงลำดับการทำงานก่อนหลังหรือวิธีการประมวลผล ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถทำงานตามคำสั่งที่อยู่ในโปรแกรมนั้นอย่างอัตโนมัติ 




 

 

ประเภทของคอมพิวเตอร์ 

เนื่องจากคอมพิวเตอร์ในแต่ละยุคมีความสามารถแตกต่างกัน การแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์จึงต้องอาศัยการแบ่งประเภทของเครื่องที่อยู่ในยุคเดียวกัน ซึ่งมีวิธีการแบ่ง 3 วิธี ดังนี้
1. แบ่งตามวิธีการประมวลผล 

2. แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน 
3. แบ่งตามขนาดของคอมพิวเตอร์ 

สำหรับการเรียนรู้เนื้อหานี้จะแบ่งคอมพิวเตอร์ตามวิธีที่ 3 คือแบ่งตามขนาดของคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพและขีดความสามารถสูงมาก สามารถต่อพ่วงไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ราคาค่อนข้างสูงเพราะการออกแบบและการผลิตต้องใช้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีมาก นิยมใช้ในงานส่งดาวเทียมและยานอวกาศ สำหรับประเทศไทยมีใช้ที่กรมอุตุอนิยมวิทยา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นต้น 






 

 

 

 


2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สามารถใช้งานกับข้อมูลจำนวนมาก ๆ ได้ดีกว่าคอมพิวเตอร์แบบอื่น ๆ สามารถเชื่อมต่อไปยังปลายทางได้ ทำงานพร้อมกันได้หลายงานและใช้ได้หลายคนพร้อม ๆ กัน ตัวอย่างเครื่องเมนเฟรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ/ตู้เอทีเอ็ม(ATM) ของธนาคาร






3. มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลางส่วนมากใช้กับหน่วยงานธุรกิจขนาดเล็กและมีราคาถูกลง สามารถทำงานได้หลายงานพร้อมกันเหมือนเครื่องเมนเฟรม แต่ขีดความสามารถในการต่อพ่วงน้อยกว่า หน่วยงานที่ใช้ส่วนใหญ่ได้แก่ กอง กรม มหาวิทยาลัย บริษัทห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล เป็นต้น 



4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้กันทั่วไปและนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน หรืออาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) คนทั่วไปนิยมเรียกว่า พีซี (PC) ใช้ตัวประมวลผลแบบชิพ (Chip) เป็นองค์ประกอบหลัก คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้นยังสามารถแบ่งย่อยตามลักษณะประเภท ได้ดังนี้

   
4.1 คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลชนิดตั้งบนโต๊ะหรือพื้น ตัวเครื่องมีลักษณะเป็นกล่องขนาดใหญ่ตั้งบนโต๊ะทำงานมีสายเชื่อมโยงไปยังจอภาพ ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานพร้อมแผงแป้นอักขระและเมาส์ นิยมใช้ในหน่วยงานทั่วไป เช่นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ร้านอินเทอร์เน็ตตามบ้านทั่ว ๆ ไป เนื่องจากราคาไม่แพงจนเกินไป 

 

  

4.2 คอมพิวเตอร์แบบวางตัก/แล็ปทอป (Laptop Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบกระเป๋าหิ้ว สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ในเวลาอาจใช้วางบนตักได้ (Lap แปลว่า ตัก) คอมพิวเตอร์รุ่นนี้มีแบตเตอรี่ไฟฟ้าสำรองในตัว ใช้จอภาพผลึกเหลวซึ่งเรียกว่า แอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display) ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม

 






4.3 คอมพิวเตอร์ขนาดสมุดบันทึก (Notebook) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมาก มีขนาดเล็กเท่าหนังสือขนาดใดก็ได้ สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก มีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถพ่วงต่อกับโทรศัพท์เพื่อรับส่งข้อมูลในระยะไกลได้ คอมพิวเตอร์รุ่นนี้ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาไปมากและเป็นที่นิยมใช้กันเป็นอย่างมาก

 
  
4.4 คอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือ (Palmtop Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก สามารถวางบนฝ่ามือแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากแป้นอักขระ รวมทั้งจอภาพมีขนาดเล็กเกินไป ไม่สะดวกต่อการใช้งาน แต่เหมาะสำหรับการเก็บบันทึกส่วนตัว เช่น หมายเลขโทรศัพท์หรือบันทึกชื่อเพื่อน หรือรายละเอียดส่วนตัว


 

 

 

 

 

 


4.5 คอมพิวเตอร์ขนาดมือถือ (Handheld Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กถือด้วยมือ จอภาพเล็กปกตินิยมใช้เพื่อการบันทึกตัวเลขมาตรไฟฟ้า มาตรน้ำประปาโดยพนักงานจะถือคอมพิวเตอร์ไปอ่านมาตรวัดแล้วกดปุ่มบันทึก ในหน่วยงานขนาดใหญ่จะใช้ในการตรวจนับสินค้า 






  
4.6 คอมพิวเตอร์แบบพีดีเอหรือเครื่องช่วยงานบุคคลแบบดิจิทัล (PDA : Personal Digital Assistant)คอมพิวเตอร์แบบพีดีเอ สามารถพกพาได้อย่างสะดวก ใช้ปากกาแสง (Light Pen) เขียนข้อมูลบนหน้าจอ บางครั้งใช้ปากกาแสงเป็นอุปกรณ์เพื่อเลือกทำงานบนหน้าจอเหมือนกับสมุดบันทึก ภายในเครื่องมีโปรแกรมที่อ่านลายมือ เมื่อเขียนแล้วเปลี่ยนเป็นตัวอักษรได้โดยใช้ปากกาพิเศษ ปัจจุบันยังไม่นิยมมากนักเนื่องจากราคายังแพงพอสมควร



 

4.7 แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต - Tablet

"แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุนหรือแบบสไลด์ก็ตาม"  

 



 

 

 

 

 

 

แบบฝึกหัดที่ 1

ความหมายและประเภทของคอมพิวเตอร์

 

คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนคำตอบให้ถูกต้องและส่งคำตอบไปที่ www.btvit.ac.th/moodle1

_____________________________________________________________________

1. คอมพิวเตอร์ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน เรียกคอมพิวเตอร์ว่า

_____________________________________________________________________

2.  คอมพิวเตอร์ หมายถึง
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________
_____________________________________________________________________

3. ประเภทของคอมพิวเตอร์ (แบ่งประเภทตามขนาดของคอมพิวเตอร์)
  3.1_____________________________________________________________________
  3.2_____________________________________________________________________
  3.3_____________________________________________________________________
  3.4_____________________________________________________________________

4. คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก สามารถพกพาสะดวก มีแบตเตอรีในตัว เป็นคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ใด
_____________________________________________________________________ 

_____________________________________________________________________ 

_____________________________________________________________________ 

5. แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หมายถึงอะไร และให้นักเรียนบอกถึงประโยชน์ของแท็บเล็ตที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในปัจจุบัน

____________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________



วิชาโครงการ

วิชาการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย

วิชาการเขียนเว็บเพจด้วยภาษา HTML

ใบความรู้ที่ 1
เรื่อง การเขียนเว็บเพจด้วยภาษา HTML
...................................................................................................................................................
จุดประสงค์ 1. สามารถอธิบายโครงสร้างและคำสั่งหลักของภาษา HTML ได้
2. อธิบายและใช้คำสั่งเบื้องต้นในการเขียนโปรแกรมภาษา HTML ได้
3. สามารถสร้างเว็บเพจด้วยภาษา HTML
4. สามารถแสดงผลลัพธ์บนเว็บเบราว์เซอร์ได้อย่างถูกต้อง
5. สามารถใช้โปรแกรม Notepad ในการพิมพ์ไฟล์เอกสาร HTML ได้
...................................................................................................................................................
HTML ย่อมาจากคำว่า "HyperText Markup Language" เป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาหนึ่งของคอมพิวเตอร์ ที่แสดงผลในลักษณะของเว็บเพจ ซึ่งสามารถแสดงผลได้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นภาพกราฟิก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง หรือการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ
ภาษา HTML เป็นภาษาที่มีลักษณะของโค้ด กล่าวคือ จะเป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลที่เป็นตัวอักษรในมาตรฐานของรหัสแอสกี (ASCII Code) โดยเขียนอยู่ในรูปแบบของเอกสารข้อความ จึงสามารถกำหนดรูปแบบและโครงสร้างได้ง่าย
การสร้างเว็บเพจ
เราสามารถสร้างเว็บเพจได้ 2 ทาง คือ
1. TextEditor โดยเราต้องรู้คำสั่งของภาษา HTML แล้วพิมพ์โปรแกรมเข้าไปทางTextEditor เช่น Notepad เป็นต้น
2. ตัวช่วยสร้าง โดยใช้โปรแกรมที่มีความสามารถในการสร้างเว็บเพจโดยเราไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML เพราะโปรแกรมเหล่านี้จะทำการแปลงให้เราอัตโนมัติ
ขั้นตอนในการสร้างเว็บเพจ
1. เปิดโปรแกรม TextEditor แล้วทำการพิมพ์คำสั่ง HTML แล้วบันทึกเป็นไฟล์นามสกุล .htm หรือ .html
2. เปิดโปรแกรม WebBrowser เพื่อใช้ในการดูผลลัพธ์ที่ได้จากการเขียนภาษา HTML จากที่ได้เขียนจาก TextEditor
โครงสร้างของภาษา HTML
ไฟล์เอกสาร HTML ประกอบด้วยส่วนประกอบสองส่วนคือ Head กับ Body โดยสามารถเปรียบเทียบได้ง่าย ๆ ก็คือ ส่วน Head จะคล้ายกับส่วนที่เป็น Header ของหน้าเอกสารทั่วไป หรือบรรทัด Title ของหน้าต่างการทำงานในระบบ Windows สำหรับส่วน Body จะเป็นส่วนเนื้อหาของเอกสารนั้นๆ โดยทั้งสองส่วนจะอยู่ภายใน Tag <HTML>…</HTML>
ลักษณะของภาษา Html
- คำสั่งของภาษา Html จะอยู่ในเครื่องหมาย < > เสมอ
- ในแต่ละคำสั่ง (tags) ส่วนใหญ่จะมีคำสั่งเปิด < > และคำสั่งปิด </ > เสมอ เช่น <u> ข้อความ </u>
- สามารถใช้อักษรตัวใหญ่ หรือตัวเล็กก็ได้ เช่น <BR> หรือ <br> จะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน ข้อตกลงในการอ่าน
- ข้อความที่เป็นตัวหนาจะเป็นคำสั่งภาษา Html ตัวธรรมดาจะเป็นข้อความธรรมดาที่ไม่เกี่ยวกับภาษา Html รูปแบบโครงสร้างของภาษา Html ทุกครั้งที่เราจะเขียนโฮมเพจด้วยภาษา Html เราจะต้องพิมพ์โครงสร้างต่อไปนี้ลงไปก่อนทุกครั้ง
<HTML> <HEAD> <TITLE> หัวข้อโฮมเพจที่จะแสดงที่ title bar</TITLE> </HEAD> <BODY>
ส่วนของเนื้อหา
</BODY> </HTML>
จากโครงสร้างดังกล่าวสามารถอธิบายได้ดังนี้
• คำสั่ง <HTML> กับ </HTML> จำเป็นต้องพิมพ์ลงไปทุกครั้งเพื่อบอกว่าเริ่มคำสั่ง html แล้ว และ จบคำสั่ง html แล้วโดย <HTML> มักจะอยู่บรรทัดแรกเสมอเพื่อบอกว่าเริ่มต้นที่นี่ กับ </HTML> มักจะอยู่บรรทัดล่างสุดเสมอเพื่อบอกว่าจบส่วนของภาษา html แล้ว
• คำสั่ง <HEAD> และ </HEAD> ใช้สำหรับประกาศหัวของโฮมเพจว่าเขียนโดยใคร โฮมเพจชื่อว่าอะไร ฯลฯ เราเรียกว่าส่วนหัวของโปรแกรม
• คำสั่ง <TITLE> และ </TITLE> จะใช้สำหรับบอกว่าโฮมเพจนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร โดยข้อความที่พิมพ์ลงไประหว่าง <TITLE> ... </TITLE>จะแสดงในส่วนของ title bar
• คำสั่ง <BODY> และ </BODY> ข้อมูลที่อยู่ระหว่าง <BODY> และ </BODY> จะเป็นส่วนของข้อมูลที่เราต้องการแสดงในเว็บเพจ
เอกสารอ้างอิง
ภิญญู กำเนิดหล่ม,เขียน Webpage ด้วย HTML.กรุงเทพฯ:3495 บุ๊คเซ็นเตอร์,2546; หน้า 8-9

วิชาเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต